<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Studyritual.Org</title>
	<atom:link href="http://studyritual.org/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://studyritual.org</link>
	<description>Studyritual.Org</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Feb 2012 15:28:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>ประเภทของผู้นำอย่างใดว่าดีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสถานการณ์</title>
		<link>http://studyritual.org/7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%a7.html</link>
		<comments>http://studyritual.org/7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%a7.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:21:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://studyritual.org/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อนำประเภทของผู้นำในแบบของพระพุทธศาสนาและนักวิชาการ มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบกัน สรุปได้ว่า ประเภทของผู้นำอย่างใดว่าดีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสถานการณ์ขององค์กรเป็นหลัก และไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเภทใดก็ตาม ควรจะยึดหลักธรรมาภิบาลในการปกครอง จึงจะทำให้องค์กรหรือชุมชนนั้นเป็นสุข ถ้าจะกล่าวถึงผู้นำที่พึงปรารถนาทั้งหลาย ควรเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตยหรือแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่มีหลักธรรมาภิบาลเป็นหลักในการบริหารและปกครอง การบริหารปกครองที่ดีเป็นการปกครองที่ยึดหลักการกระจายอำนาจ ตั้งอยู่บนความถูกต้อง และชอบธรรม ๒.๑.๓ ภาวะผู้นำ ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความพิเศษที่แตกต่างไปจากบุคคลทั่วไป คือ การมีภาวะผู้นำ ซึ่งภาวะผู้นำนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้นำมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่น นักวิชาการทั่วไปได้ให้ความหมายของภาวะผู้นำ ไว้มากมาย ได้แก่ รศ. ดร. รังสรรค์ ประเสริฐศรี นิยาม ภาวะผู้นำไว้ คือ พฤติกรรมส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งที่จะนำพากิจกรรมของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลระหว่างผู้นำและผู้ตาม ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่น และให้การสนับสนุนบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย๑๕ ศาสตราจารย์ เนตร์พัณณา ยาวิราช กล่าวว่า ภาวะผู้นำ คือการที่ผู้นำมีความสามารถหลายด้านได้แก่ ๑. ความสามารถในการทำงาน คือ ผู้นำจักต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ในหน้าที่ของตนเอง สามารถปฏิบัติงานได้และให้คำแนะนำได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อถือ ศรัทธา และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานอย่างเต็มใจ ๒. ความสามารถในการจูงใจ คือ ผู้นำจักต้องมีจิตวิทยาในการครองใจผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกๆ ด้านเป็นอย่างดี ๓. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://studyritual.org/wp-content/uploads/2012/02/5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-8" src="http://studyritual.org/wp-content/uploads/2012/02/5-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a>เมื่อนำประเภทของผู้นำในแบบของพระพุทธศาสนาและนักวิชาการ มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบกัน สรุปได้ว่า<br />
ประเภทของผู้นำอย่างใดว่าดีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสถานการณ์ขององค์กรเป็นหลัก และไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเภทใดก็ตาม ควรจะยึดหลักธรรมาภิบาลในการปกครอง จึงจะทำให้องค์กรหรือชุมชนนั้นเป็นสุข ถ้าจะกล่าวถึงผู้นำที่พึงปรารถนาทั้งหลาย ควรเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตยหรือแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่มีหลักธรรมาภิบาลเป็นหลักในการบริหารและปกครอง การบริหารปกครองที่ดีเป็นการปกครองที่ยึดหลักการกระจายอำนาจ ตั้งอยู่บนความถูกต้อง และชอบธรรม<br />
๒.๑.๓ ภาวะผู้นำ<br />
ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความพิเศษที่แตกต่างไปจากบุคคลทั่วไป คือ การมีภาวะผู้นำ ซึ่งภาวะผู้นำนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้นำมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่น<span id="more-7"></span><br />
นักวิชาการทั่วไปได้ให้ความหมายของภาวะผู้นำ ไว้มากมาย ได้แก่<br />
รศ. ดร. รังสรรค์ ประเสริฐศรี นิยาม ภาวะผู้นำไว้ คือ พฤติกรรมส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งที่จะนำพากิจกรรมของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลระหว่างผู้นำและผู้ตาม ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่น และให้การสนับสนุนบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย๑๕<br />
ศาสตราจารย์ เนตร์พัณณา ยาวิราช กล่าวว่า ภาวะผู้นำ คือการที่ผู้นำมีความสามารถหลายด้านได้แก่<br />
๑. ความสามารถในการทำงาน คือ ผู้นำจักต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ในหน้าที่ของตนเอง สามารถปฏิบัติงานได้และให้คำแนะนำได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อถือ ศรัทธา และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานอย่างเต็มใจ<br />
๒. ความสามารถในการจูงใจ คือ ผู้นำจักต้องมีจิตวิทยาในการครองใจผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกๆ ด้านเป็นอย่างดี<br />
๓. ความสามารถในการควบคุม คือ ผู้นำต้องควบคุมงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ทั้งปริมาณและคุณภาพที่ต้องการ<br />
๔. ความสามารถในการประสานงาน คือ ผู้นำต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี<br />
๕. ความสามารถในการตัดสินใจ คือ เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นผู้นำต้องสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ และสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเป็นส่วนใหญ่</p>
<p><strong>ที่มา :</strong><strong> </strong><strong>ศึกษาวิเคราะห์การดำเนินชีวิตเชิงพุทธของผู้นำในสังคมไทย</strong><strong> </strong><strong></strong></p>
<p><strong>โดย :</strong><strong> </strong><strong>นางโสภิตา จิวะพงศ์</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://studyritual.org/7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%a7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คือ ผู้นำต้องมีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ</title>
		<link>http://studyritual.org/10/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://studyritual.org/10/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://studyritual.org/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[๖. ความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คือ ผู้นำต้องมีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่องค์กร ๑๖ Bogardus กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึงบุคลิกภาพในการทำงานภายใต้เงื่อนไขของกลุ่ม การมีภาวะผู้นำต้องประกอบด้วยบุคลิกภาพและสถานการณ์ของกลุ่มเพื่อให้มีอิทธิพลชักนำผู้อื่นได้๑๗ F.E. Fiedler ให้ความเห็นว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง การที่ผู้นำมีอำนาจเหนือบุคคลอื่นๆ และอำนาจเหนือบุคคลอื่นนี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถปฏิบัติงาน ซึ่งเขาไม่สามารถปฏิบัติคนเดียวได้เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม อำนาจเหนือบุคคลอื่นรวมไปถึงการหามาตรการที่จะให้ผู้ตามยอมรับ หรืออย่างน้อยที่สุดคือเต็มใจที่จะปฏิบัติตามประสงค์ของผู้นำ๑๘ สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง พฤติกรรม บุคลิกภาพ การสร้างศรัทธาและจูงใจผู้ตามให้ปฏิบัติตาม ความสามารถในการแก้ปัญหา และการบริหารงานของผู้นำ ในการกระทำการให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ ๒.๑.๔ คุณสมบัติของผู้นำ ผู้นำที่ดีย่อมต้องมีภาวะผู้นำที่ดี การที่ผู้นำจะมีภาวะผู้นำ ย่อมต้องมีคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดี เพื่อสร้างความพร้อมในการบริหาร ปกครองบุคลากรขององค์กรและปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่รับผิดชอบนั้น คุณสมบัติของผู้นำเป็นปัจจัยหลักต่อแนวคิดและการดำเนินชีวิต และแนวคิดและการดำเนินชีวิตนั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือในการบริหาร การบริหาร เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างศรัทธาบารมีให้เกิดขึ้นในผู้นำนั้นๆ และสิ่งที่ทำให้ผู้นำแต่ละคนมีความแตกต่างกันคือ ความสามารถในการดึงเอาคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่มีอยู่ภายในตนออกมา ปริญญา ตันสกุล กล่าวถึง รากฐานการเป็นผู้นำว่า ผู้นำนั้นต้องมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำในตนเองก่อน คือ ความมีสติ ความเป็นผู้ให้ ความมีคุณธรรม และความกล้าหาญ และต้องนำคุณสมบัติเหล่านั้นออกมาแสดงให้ผู้อื่นประจักษ์ จึงจะนำไปสู่การเป็นผู้นำอย่างแท้จริง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๖. ความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คือ ผู้นำต้องมีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่องค์กร ๑๖<br />
Bogardus กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึงบุคลิกภาพในการทำงานภายใต้เงื่อนไขของกลุ่ม การมีภาวะผู้นำต้องประกอบด้วยบุคลิกภาพและสถานการณ์ของกลุ่มเพื่อให้มีอิทธิพลชักนำผู้อื่นได้๑๗<br />
F.E. Fiedler ให้ความเห็นว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง การที่ผู้นำมีอำนาจเหนือบุคคลอื่นๆ และอำนาจเหนือบุคคลอื่นนี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถปฏิบัติงาน ซึ่งเขาไม่สามารถปฏิบัติคนเดียวได้เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม อำนาจเหนือบุคคลอื่นรวมไปถึงการหามาตรการที่จะให้ผู้ตามยอมรับ หรืออย่างน้อยที่สุดคือเต็มใจที่จะปฏิบัติตามประสงค์ของผู้นำ๑๘<br />
สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง พฤติกรรม บุคลิกภาพ การสร้างศรัทธาและจูงใจผู้ตามให้ปฏิบัติตาม ความสามารถในการแก้ปัญหา และการบริหารงานของผู้นำ ในการกระทำการให้บรรลุวัตถุประสงค์และ<span id="more-10"></span>เป้าหมายที่วางไว้<br />
๒.๑.๔ คุณสมบัติของผู้นำ<br />
ผู้นำที่ดีย่อมต้องมีภาวะผู้นำที่ดี การที่ผู้นำจะมีภาวะผู้นำ ย่อมต้องมีคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดี เพื่อสร้างความพร้อมในการบริหาร ปกครองบุคลากรขององค์กรและปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่รับผิดชอบนั้น คุณสมบัติของผู้นำเป็นปัจจัยหลักต่อแนวคิดและการดำเนินชีวิต และแนวคิดและการดำเนินชีวิตนั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือในการบริหาร การบริหาร เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างศรัทธาบารมีให้เกิดขึ้นในผู้นำนั้นๆ และสิ่งที่ทำให้ผู้นำแต่ละคนมีความแตกต่างกันคือ ความสามารถในการดึงเอาคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่มีอยู่ภายในตนออกมา<br />
ปริญญา ตันสกุล กล่าวถึง รากฐานการเป็นผู้นำว่า ผู้นำนั้นต้องมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำในตนเองก่อน คือ ความมีสติ ความเป็นผู้ให้ ความมีคุณธรรม และความกล้าหาญ และต้องนำคุณสมบัติเหล่านั้นออกมาแสดงให้ผู้อื่นประจักษ์ จึงจะนำไปสู่การเป็นผู้นำอย่างแท้จริง เมื่อได้รับความรู้สึกและทัศนคติที่ดีงาม ซึ่งนำไปสู่ ความเป็นผู้น่าเชื่อถือ น่านับถือ และน่ายึดถือ๑๙</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://studyritual.org/10/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รากฐานการเป็นผู้นำ</title>
		<link>http://studyritual.org/12/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3.html</link>
		<comments>http://studyritual.org/12/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:25:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://studyritual.org/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[รากฐานการเป็นผู้นำ แผนภูมิ ๒.๑ แสดงรากฐานการเป็นผู้นำ Ordway Tead๒๐ ให้แนวคิดถึงคุณสมบัติที่ดีของผู้นำว่าจะต้องมี ๑. พลังกายและพลังประสาทที่เข้มแข็ง มีกำลังใจที่กล้าแกร่ง มีความอดทนมากกว่าคนธรรมดา เมื่อยามเกิดวิกฤตทางการเมืองหรือสังคมต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์และวางเฉย ไม่แสดงอาการและความรู้สึกออกมา ๒. จุดหมายและแนวทาง คือ การมีนโยบายหรือแผนปฏิบัติงานที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จ การบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น กระทำได้โดย (๑). มีวิธีการที่แน่นอน ชัดเจน เพื่อการบรรลุเป้าหมาย (๒). มีเป้าหมายและวิธีการที่คนอื่นสามารถเข้าใจได้ง่าย (๓). คนอื่นมีความเห็นด้วยกับเป้าหมายและวิธีการนั้น (๔). ผู้นำต้องมั่นคงและจริงจัง และพยายามทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงขึ้นมา ๓. ความกระตือรือร้น บากบั่นขวนขวายที่จะทำเป้าหมายให้สัมฤทธิ์ผล                                               ๔. ความเป็นมิตรและความรัก ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งจะเป็นพลังยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างศรัทธาในตัวผู้นำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้แนบแน่น ๕. ความกล้าในการตัดสินใจ ต่อปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่จะเกี่ยวข้องกับความเสื่อมถอยหรือเจริญก้าวหน้าขององค์กร ซึ่งบางปัญหาอาจจะมีทางออกหลายทาง ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจเลือกทางออกที่คิดว่าถูกต้องที่สุดในขณะนั้น แม้จะผิดในเวลาต่อมาก็ตาม ๖. สติปัญญาความรอบรู้ ในเรื่องราวต่างๆ การรู้ทันปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รากฐานการเป็นผู้นำ<br />
แผนภูมิ ๒.๑ แสดงรากฐานการเป็นผู้นำ<br />
Ordway Tead๒๐ ให้แนวคิดถึงคุณสมบัติที่ดีของผู้นำว่าจะต้องมี<br />
๑. พลังกายและพลังประสาทที่เข้มแข็ง มีกำลังใจที่กล้าแกร่ง มีความอดทนมากกว่าคนธรรมดา เมื่อยามเกิดวิกฤตทางการเมืองหรือสังคมต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์และวางเฉย ไม่แสดงอาการและความรู้สึกออกมา<br />
๒. จุดหมายและแนวทาง คือ การมีนโยบายหรือแผนปฏิบัติงานที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จ การบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น กระทำได้โดย<br />
(๑). มีวิธีการที่แน่นอน ชัดเจน เพื่อการบรรลุเป้าหมาย<br />
(๒). มีเป้าหมายและวิธีการที่คนอื่นสามารถเข้าใจได้ง่าย<span id="more-12"></span><br />
(๓). คนอื่นมีความเห็นด้วยกับเป้าหมายและวิธีการนั้น<br />
(๔). ผู้นำต้องมั่นคงและจริงจัง และพยายามทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงขึ้นมา<br />
๓. ความกระตือรือร้น บากบั่นขวนขวายที่จะทำเป้าหมายให้สัมฤทธิ์ผล                                               ๔. ความเป็นมิตรและความรัก ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งจะเป็นพลังยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างศรัทธาในตัวผู้นำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้แนบแน่น<br />
๕. ความกล้าในการตัดสินใจ ต่อปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่จะเกี่ยวข้องกับความเสื่อมถอยหรือเจริญก้าวหน้าขององค์กร ซึ่งบางปัญหาอาจจะมีทางออกหลายทาง ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจเลือกทางออกที่คิดว่าถูกต้องที่สุดในขณะนั้น แม้จะผิดในเวลาต่อมาก็ตาม<br />
๖. สติปัญญาความรอบรู้ ในเรื่องราวต่างๆ การรู้ทันปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://studyritual.org/12/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความน่าเชื่อถือ โดยการพูดจริงทำจริง</title>
		<link>http://studyritual.org/14/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://studyritual.org/14/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:27:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://studyritual.org/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[๗. ความน่าเชื่อถือ โดยการพูดจริงทำจริง และผู้นำต้องประพฤติตนให้เหมาะสมต่อมาตรฐานทางศีลธรรมของสังคม ๘. ความเป็นครูที่ดี ที่สามารถชี้แนวทางเหตุผลในการปฏิบัติที่ถูกต้อง และชี้แจงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจ มีการให้อภัยและลงโทษเมื่อลูกน้องทำผิดที่สมควรแก่กาล ๙. ศรัทธาและความเชื่อมั่นในการทำงาน ว่างานที่กำลังทำอยู่นั้นมีเป้าหมายและความสำเร็จที่เด่นชัด เพื่อนำให้ผู้ตามเกิดขวัญและกำลังใจที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้น Keith Davis และ William Scott๒๑ กล่าวว่า ผู้นำที่ดีควรมีสภาวะสำคัญ ๔ ประการคือ ๑. มีความฉลาด ผู้นำจะต้องมีความฉลาด คิดทันต่อเหตุการณ์ มีความคิดริเริ่มที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ที่ทันสมัยอยู่เสมอ มีความฉลาดและมีไหวพริบ สามารถจูงใจผู้ร่วมงานให้เกิดความร่วมมือร่วมใจได้ ๒. ความเจริญวัยทางสังคม ผู้นำต้องคลุกคลีกับคนจำนวนมาก จึงทำให้เกิดประสบการณ์ต่างๆนานา เกิดความรอบรู้กว้างขวาง มีความเชื่อมั่นในตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์และมีความสามารถนำกลุ่มได้ ๓. มีความต้องการประสบความสำเร็จ ผู้นำที่ดีจะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะให้งานที่ตนรับผิดชอบบรรลุผลสำเร็จ ต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอเพื่อให้ทำงานอย่างจริงจังจนงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย ๔. มีทัศนคติทางด้านมนุษยสัมพันธ์ ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นบุคคลที่ทุกคนยอมรับ เพราะจะทำงานสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน ผู้นำจึงต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและหมั่นสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับบุคคลอย่างสม่ำเสมอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๗. ความน่าเชื่อถือ โดยการพูดจริงทำจริง และผู้นำต้องประพฤติตนให้เหมาะสมต่อมาตรฐานทางศีลธรรมของสังคม<br />
๘. ความเป็นครูที่ดี ที่สามารถชี้แนวทางเหตุผลในการปฏิบัติที่ถูกต้อง และชี้แจงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจ มีการให้อภัยและลงโทษเมื่อลูกน้องทำผิดที่สมควรแก่กาล<br />
๙. ศรัทธาและความเชื่อมั่นในการทำงาน ว่างานที่กำลังทำอยู่นั้นมีเป้าหมายและความสำเร็จที่เด่นชัด เพื่อนำให้ผู้ตามเกิดขวัญและกำลังใจที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้น<br />
Keith Davis และ William Scott๒๑ กล่าวว่า ผู้นำที่ดีควรมีสภาวะสำคัญ ๔ ประการคือ<br />
๑. มีความฉลาด ผู้นำจะต้องมีความฉลาด คิดทันต่อเหตุการณ์ มีความคิดริเริ่มที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ที่ทันสมัยอยู่เสมอ มีความฉลาดและมีไหวพริบ สามารถจูงใจผู้ร่วมงานให้เกิดความร่วมมือร่วมใจได้<span id="more-14"></span><br />
๒. ความเจริญวัยทางสังคม ผู้นำต้องคลุกคลีกับคนจำนวนมาก จึงทำให้เกิดประสบการณ์ต่างๆนานา เกิดความรอบรู้กว้างขวาง มีความเชื่อมั่นในตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์และมีความสามารถนำกลุ่มได้<br />
๓. มีความต้องการประสบความสำเร็จ ผู้นำที่ดีจะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะให้งานที่ตนรับผิดชอบบรรลุผลสำเร็จ ต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอเพื่อให้ทำงานอย่างจริงจังจนงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย<br />
๔. มีทัศนคติทางด้านมนุษยสัมพันธ์ ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นบุคคลที่ทุกคนยอมรับ เพราะจะทำงานสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน ผู้นำจึงต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและหมั่นสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับบุคคลอย่างสม่ำเสมอ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://studyritual.org/14/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Don Hellriegel และ John W. Slocum๒๒ แสดงคุณสมบัติ ๔ ประการ ในการที่ผู้นำจะประสบความสำเร็จ</title>
		<link>http://studyritual.org/16/don-hellriegel-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-john-w-slocum%e0%b9%92%e0%b9%92-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4.html</link>
		<comments>http://studyritual.org/16/don-hellriegel-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-john-w-slocum%e0%b9%92%e0%b9%92-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:28:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://studyritual.org/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[๑. เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล (Creating a Vision) มีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ และมีการร่วมกำหนดเป้าหมายกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความผูกพันกับเป้าหมายนั้น และจะพยายามดำเนินการเพื่อให้เป้าหมายนั้นบรรลุผล ๒. เป็นผู้มีความสามารถในการสื่อสาร (Meaning Through Communication) ๓. เป็นผู้ที่มอบอำนาจให้กับผู้ปฏิบัติงาน (Empowerment) โดยให้ผู้ปฏิบัติงานมีส่วน ร่วมในการพัฒนาเป้าหมายและนโยบาย ซึ่งเมื่อเป้าหมายนั้นบรรลุผลผู้ปฏิบัติงานก็จะเกิดความพึงพอใจ ๔. เป็นผู้ที่เข้าใจตนเอง (Self Understanding) โดยรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง และเป็นผู้ที่ต้องการข้อมูลย้อนกลับของผลการปฏิบัติงาน เพื่อปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น สรุป จากแนวคิดของนักวิชาการทั้งหลาย การที่บุคคลใดก็ตามจะทำหน้าที่เป็นผู้นำได้ บุคคลนั้นย่อมต้องมีทั้งคุณสมบัติและภาวะผู้นำเป็นที่ยอมรับของกลุ่มชนในองค์กรนั้นๆ คุณสมบัติเหล่านี้ผู้นำพึงยึดเป็นหลักการในการพัฒนาตนเอง เพื่อความสามารถในการปกครองและครองใจคน สามารถแยกได้เป็น ๓ หัวข้อ ดังนี้ ๑. คุณสมบัติพื้นฐานส่วนตน ๒. คุณสมบัติด้านการบริหาร ๓. คุณสมบัติทางด้านจิตใจ คุณสมบัติพื้นฐานส่วนตน ๑. มีสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความฉลาด ๒. มีสุขภาพกายและจิตที่ดี ๓. รู้หน้าที่ และมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๑. เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล (Creating a Vision) มีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ และมีการร่วมกำหนดเป้าหมายกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความผูกพันกับเป้าหมายนั้น และจะพยายามดำเนินการเพื่อให้เป้าหมายนั้นบรรลุผล<br />
๒. เป็นผู้มีความสามารถในการสื่อสาร (Meaning Through Communication)<br />
๓. เป็นผู้ที่มอบอำนาจให้กับผู้ปฏิบัติงาน (Empowerment) โดยให้ผู้ปฏิบัติงานมีส่วน ร่วมในการพัฒนาเป้าหมายและนโยบาย ซึ่งเมื่อเป้าหมายนั้นบรรลุผลผู้ปฏิบัติงานก็จะเกิดความพึงพอใจ<br />
๔. เป็นผู้ที่เข้าใจตนเอง (Self Understanding) โดยรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง และเป็นผู้ที่ต้องการข้อมูลย้อนกลับของผลการปฏิบัติงาน เพื่อปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น<br />
สรุป จากแนวคิดของนักวิชาการทั้งหลาย การที่บุคคลใดก็ตามจะทำหน้าที่เป็นผู้นำได้ บุคคลนั้นย่อมต้องมีทั้งคุณสมบัติและภาวะผู้นำเป็นที่ยอมรับของกลุ่มชนในองค์กรนั้นๆ คุณสมบัติเหล่านี้ผู้นำพึงยึด<span id="more-16"></span>เป็นหลักการในการพัฒนาตนเอง เพื่อความสามารถในการปกครองและครองใจคน สามารถแยกได้เป็น ๓ หัวข้อ ดังนี้<br />
๑. คุณสมบัติพื้นฐานส่วนตน<br />
๒. คุณสมบัติด้านการบริหาร<br />
๓. คุณสมบัติทางด้านจิตใจ<br />
คุณสมบัติพื้นฐานส่วนตน<br />
๑. มีสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความฉลาด<br />
๒. มีสุขภาพกายและจิตที่ดี<br />
๓. รู้หน้าที่ และมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม<br />
๔. ตั้งตนและประพฤติตนให้เหมาะสมต่อมาตรฐานทางคุณธรรม<br />
๕. เป็นผู้ที่เข้าใจตนเอง รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตน<br />
๖. มีมนุษยสัมพันธ์<br />
๗. เป็นผู้มีบุคลิกภาพน่าเชื่อถือ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://studyritual.org/16/don-hellriegel-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-john-w-slocum%e0%b9%92%e0%b9%92-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

